บทนำ
ฉันเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง ฉันสามารถให้กำเนิดลูกคนนี้และเลี้ยงดูเขาให้เติบโตขึ้นมาได้ด้วยตัวคนเดียว!
ฉันเป็นผู้หญิงที่ใจดำ หลังจากหย่ากันไป อดีตสามีก็มาสำนึกผิด คุกเข่าอ้อนวอนขอคืนดี แต่ฉันก็ปฏิเสธไปอย่างเลือดเย็น!
ฉันเป็นผู้หญิงที่เจ้าคิดเจ้าแค้น ชู้รักของสามีฉัน...นังเมียน้อยนั่น ฉันจะทำให้นางต้องชดใช้อย่างสาสม...
(ขอแนะนำสุดยอดนิยายที่ทำเอาฉันติดงอมแงม อ่านรวดเดียวสามวันสามคืนจนวางไม่ลง สนุกเข้มข้นจนหยุดไม่ได้ ห้ามพลาดเด็ดขาด! ชื่อเรื่องคือ 《แต่งเข้าบ้านเศรษฐี อดีตสามีคลั่งรัก》 ไปที่ช่องค้นหาแล้วพิมพ์ชื่อเรื่องได้เลย)
บท 1
หนานเฉิง
โรงพยาบาลประชาชน
“ยินดีด้วยนะคะ คุณตั้งครรภ์แล้ว ลูกแข็งแรงดีมากค่ะ”
เสิ่นอวิ๋นอู้กำใบรายงานในมือแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
ท้องจริงเหรอ? เสิ่นอวิ๋นอู้ทั้งตกใจทั้งดีใจ แทบไม่อยากเชื่อ
“ต่อไปต้องมาตรวจตามนัดนะคะ แล้วคุณพ่อของเด็กล่ะคะ? เรียกเขาเข้ามาหน่อยสิ หมอจะกำชับเขาสักสองสามคำ”
คำพูดของหมอทำให้เสิ่นอวิ๋นอู้ได้สติ เธอยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “สามีของฉันไม่ได้มาด้วยค่ะ”
“ชายคนไหนเนี่ย ยุ่งขนาดไหนก็ต้องมาเป็นกำลังใจให้ภรรยาสิ”
เมื่อออกจากโรงพยาบาล ฝนเริ่มโปรยปราย เสิ่นอวิ๋นอู้ลูบท้องเบาๆ
ที่นี่... มีชีวิตน้อยๆ อยู่แล้ว
เป็นลูกของเธอกับฉินเย่...
โทรศัพท์สั่นขึ้นมา เธอหยิบออกมาดู เป็นข้อความที่ฉินเย่สามีของเธอส่งมา
"ฝนตก เอาร่มมาส่งที่นี่หน่อย"
เสิ่นอวิ๋นอู้มองดูที่อยู่: XXคลับเฮาส์
ที่นี่คือที่ไหนกันนะ? วันนี้เขาไม่ได้บอกว่าจะประชุมหรอกเหรอ?
แต่เสิ่นอวิ๋นอู้ก็ไม่ได้ลังเลนาน ให้คนขับรถของบ้านตระกูลฉินไปส่งเธอตามที่อยู่นั้น
“คุณลุงกลับไปก่อนเถอะค่ะ”
“คุณหญิงครับ ไม่ต้องรอรับกลับเหรอครับ?”
เสิ่นอวิ๋นอู้คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันกลับกับคุณชายเอง”
ในเมื่อเธอมาหาฉินเย่แล้ว ก็รอเขากลับบ้านพร้อมกันเลยดีกว่า
เมื่อได้รับคำสั่ง คนขับรถของบ้านตระกูลฉินนามว่าลุงเฉินก็ขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ฝนแค่ตกพรำๆ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นฝนที่ตกหนักราวกับฟ้ารั่ว
เสิ่นอวิ๋นอู้กางร่มเดินไปที่หน้าประตูคลับ
ที่นี่คือบิลเลียดคลับ การตกแต่งดูหรูหรามาก เสิ่นอวิ๋นอู้ถูกกั้นไว้
“ขอโทษครับคุณหญิง กรุณาแสดงบัตรสมาชิกด้วยครับ”
เสิ่นอวิ๋นอู้คิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ออกมาข้างนอกแล้วส่งข้อความไปที่มือถือของฉินเย่
“ฉันถึงแล้วนะ อีกนานไหมกว่าคุณจะเสร็จ? ฉันรออยู่ข้างล่างนะ”
ส่งข้อความเสร็จ เธอก็ถือร่มยืนอยู่ใกล้ๆ มองม่านฝน แต่ในใจกลับคิดถึงใบรายงานผลการตั้งครรภ์
หรือว่า... พอเขาออกมาจะบอกเลยดีมั้ย? หรือจะรอให้ถึงวันเกิดเขาแล้วค่อยเซอร์ไพรส์?
เสิ่นอวิ๋นอู้กำลังคิดเพลินจนเหม่อลอย โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองได้กลายเป็นตัวตลกของกลุ่มคนที่อยู่ชั้นบนไปแล้ว
กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งยืนเท้าแขนอยู่ริมหน้าต่าง มองไปยังร่างที่อยู่ชั้นล่าง
“เย่ ภรรยาในนามของนายนี่ทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ นะ แค่บอกให้มาส่งร่มก็มาส่งให้จริงๆ เธอคงไม่คิดจริงๆ หรอกนะว่าถ้านายไม่มีร่มแล้วจะเปียกฝน?”
“คงรักนายจนตาบอดแล้วมั้ง ไม่เหลือสติแล้ว”
“ไร้สาระ”
เสียงทุ้มต่ำแฝงความเกียจคร้านดังมาจากมุมหนึ่งของห้องส่วนตัว
ชายคนนั้นรูปร่างสูงโปร่ง ขาเรียวยาว ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา ผิวขาวซีด ดวงตาดอกท้อที่หางตาชี้ขึ้นเล็กน้อยนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดเป็นพิเศษ เขาสวมสูทสั่งตัดสีเทา นั่งไขว่ห้างอยู่
เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือสุดหรูบนข้อมือ “เอามา”
เพื่อนที่ชอบแกล้งทำได้เพียงคืนโทรศัพท์ให้เขา
“ชิ โทรศัพท์ต้องคืนเจ้าของเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
“พอได้แล้วน่า ถ้าไม่ใช่เพราะฉู่ฉู่อยู่ที่นี่ แกไม่มีโอกาสได้จับโทรศัพท์เขาด้วยซ้ำ”
ทุกคนพูดล้อเล่นกันพลางมองไปที่หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดเดรสสีขาวที่ดูอ่อนโยนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เขา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็เม้มปากยิ้มแล้วพูดอย่างนุ่มนวลว่า “เอาล่ะน่า พวกคุณเอาโทรศัพท์ของเย่มาแกล้งก็ผิดอยู่แล้ว ยังจะมาล้อฉันอีก”
แต่เพื่อนที่อยู่ข้างๆ ไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ ส่งเสียงแซวว่า “ใครๆ ก็รู้ว่าในใจของเย่ ฉู่ฉู่สำคัญที่สุด”
“ใช่เลย ต่อให้แกไปถามฉินเย่ เขาก็ต้องพูดแบบนี้เหมือนกัน ใช่ไหมฉินเย่?”
เจียงฉู่ฉู่ ได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่ฉินเย่
ฉินเย่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้ปฏิเสธ
เมื่อทุกคนเห็นว่าเขาไม่ปฏิเสธ ก็ยิ่งส่งเสียงแซวดังขึ้น
“บอกแล้วไงล่ะ ในใจของเย่ ไม่มีใครสำคัญไปกว่าฉู่ฉู่อีกแล้ว!”
ท่ามกลางเสียงโห่แซวของทุกคน ฉินเย่ก้มหน้าลงแล้วรีบตอบข้อความของเสิ่นอวิ๋นอู้อย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องใช้ร่มแล้ว เธอกลับไปก่อนเถอะ”
เมื่อได้รับข้อความนี้ เสิ่นอวิ๋นอู้รู้สึกสงสัยเล็กน้อย จึงตอบกลับไปว่า “เกิดอะไรขึ้นรึคะ?”
เธอก้มหน้ารออยู่ครู่หนึ่ง แต่ฉินเย่ก็ไม่ได้ตอบกลับมาอีก
บางที... เขาอาจจะยุ่งอยู่จริงๆ ก็ได้
เสิ่นอวิ๋นอู้ตัดสินใจกลับไปก่อน
“เดี๋ยวก่อน”
มีคนเรียกเธอจากด้านหลัง เสิ่นอวิ๋นอู้หันกลับไป ก็เห็นผู้หญิงสองคนที่แต่งตัวทันสมัยเดินมาอยู่ตรงหน้าเธอ
หนึ่งในนั้นซึ่งมีรูปร่างสูงโปร่งชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง แล้วถามอย่างดูถูก “เธอคือเสิ่นอวิ๋นอู้งั้นเหรอ?”
ใบหน้าของอีกฝ่ายบ่งบอกชัดเจนว่ามาอย่างไม่เป็นมิตร เสิ่นอวิ๋นอู้ก็ไม่ได้ตอบอย่างอารมณ์ดีเช่นกัน เธอตอบกลับอย่างไว้ตัว “แล้วเธอเป็นใคร?”
“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ ที่สำคัญคือฉู่ฉู่กลับมาแล้ว ถ้าฉลาดหน่อยก็ไสหัวไปจากฉินเย่ซะ”
แววตาของเสิ่นอวิ๋นอู้หดเล็กลง
นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้ยินชื่อนี้... นานจน... เธอกำลังจะลืมไปแล้วว่าเคยมีคนคนนี้อยู่ด้วย
อารมณ์ของเธอถูกอีกฝ่ายสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน อีกฝ่ายมองเธออย่างดูแคลน
“ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น? คงไม่ใช่ว่าสวมบทคุณนายฉินจอมปลอมมาสองปีจนโง่ไปแล้วหรอกนะ? คิดว่าตำแหน่งนี้เป็นของเธอจริงๆ เหรอ?”
เสิ่นอวิ๋นอู้กัดริมฝีปากล่าง ใบหน้าซีดเผือด กระดูกนิ้วที่กำด้ามร่มอยู่ก็ขาวซีดจนเห็นได้ชัด
“ดูท่าทางของเธอสิ คงจะไม่ยอมแพ้ อยากจะแย่งกับฉู่ฉู่งั้นเหรอ?”
“แค่เธอน่ะเหรอ?”
เสิ่นอวิ๋นอู้หันหลังแล้วเดินจากไปทันที ไม่ได้ฟังว่าพวกเธอพูดอะไรอีก
เสียงด่าทอของผู้หญิงสองคนนั้นจมหายไปในสายฝน
เมื่อเธอกลับถึงบ้านตระกูลฉิน ประตูเปิดออก พ่อบ้านเห็นคนเปียกโชกยืนอยู่ที่ประตูก็ตกใจไปชั่วขณะ พอเห็นใบหน้าของคนที่มาอย่างชัดเจนก็อุทานออกมา “คุณหญิง!”
"เปียกชุ่มโชกแบบนี้ได้ยังไงครับ? เข้ามาเร็วๆ เลยครับ"
แขนขาของเสิ่นอวิ๋นอู้หนาวจนเริ่มชา หลังจากเข้าบ้านก็มีคนรับใช้รีบเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่มาคลุมตัวเธอทันที มีคนช่วยเช็ดผมให้ กลุ่มคนรุมล้อมอยู่รอบตัวเธอ
“เร็วๆ ไปเตรียมน้ำร้อนให้คุณหญิง!”
“แล้วก็ไปต้มน้ำขิงมาถ้วยหนึ่งด้วย”
เหล่าคนรับใช้ในบ้านตระกูลฉินกำลังวุ่นวายกันเป็นอย่างมากเพราะเสิ่นอวิ๋นอู้เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำ จึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีรถคันหนึ่งขับเข้ามาในประตูใหญ่ของบ้านตระกูลฉิน และไม่นานหลังจากนั้น ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตู
จนกระทั่งเสียงเย็นเยียบดังขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ขนตาของเสิ่นอวิ๋นอู้ที่นั่งอยู่บนโซฟาก็สั่นไหว เขากลับมาได้ยังไง?
เวลานี้ เขาควรจะอยู่กับฉู่ฉู่ของเขาไม่ใช่เหรอ?
“คุณชายคะ คุณหญิงตากฝนมาค่ะ”
ตากฝน?
ดวงตาสีเข้มของฉินเย่มองไปยังร่างเล็กบอบบางบนโซฟา แล้วก้าวขายาวๆ เดินเข้าไป
เมื่อเดินเข้าไปใกล้และเห็นสภาพของเธอชัดเจน คิ้วของฉินเย่ก็ขมวดเข้าหากัน
ในตอนนี้ เสิ่นอวิ๋นอู้ทั้งตัวเปียกโชกราวกับลูกหมาตกน้ำ ผมสลวยที่อ่อนนุ่มเปียกลู่แนบไปกับผิวที่ซีดขาว ริมฝีปากที่เคยแดงระเรื่อดั่งเชอร์รี่ก็ไม่มีสีเลือดเลยแม้แต่น้อย
“เธอเป็นอะไรไป?” ฉินเย่ขมวดคิ้ว น้ำเสียงไม่สู้ดีนัก
เสิ่นอวิ๋นอู้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มซีดๆ ให้ฉินเย่ แล้วอธิบายว่า “แบตหมดค่ะ ระหว่างทางกลับก็เจอเด็กคนหนึ่งไม่มีร่ม”
แต่แววตาของฉินเย่กลับเย็นชาลงทันที
“เธอเป็นบ้าไปแล้วรึไง?”
รอยยิ้มบนริมฝีปากของเสิ่นอวิ๋นอู้แข็งค้าง
“เขาไม่มีร่ม เธอก็เลยเอาร่มให้เขา แล้วก็ตากฝนกลับมางั้นเหรอ?”
“อายุขนาดนี้แล้ว ทำแบบนี้คิดว่าผมจะชื่นชมรึไง?”
คนรับใช้ที่ยืนล้อมอยู่ต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
เสิ่นอวิ๋นอู้หลุบตาลง ในดวงตามีม่านน้ำตาเอ่อคลอ
เธอไม่ได้พูดอะไร พยายามอดกลั้นอย่างเต็มที่
จนกระทั่งฉินเย่เดินเข้ามาอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว หยดน้ำตาที่ร้อนผ่าวจึงร่วงหล่นลงบนหลังมือของเธอ
บทล่าสุด
#602 บทที่ 602
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025#601 บทที่ 601
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025#600 บทที่ 600
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025#599 บทที่ 599
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025#598 บทที่ 598
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025#597 บทที่ 597
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025#596 บทที่ 596
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025#595 บทที่ 595
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025#594 บทที่ 594
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025#593 บทที่ 593
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2025
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
So bad พี่ชายข้างบ้าน
ปากก็บอกน้องสาว แต่การกระทำของเฮียทำให้ดาวคิดไปไกล
แต่แล้ววันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนไป
“ไม่ใช่ว่าดาวแย่ แต่ดาวเป็นเหมือนน้องสาวเฮียนะ เฮียคิดกับดาวแค่น้องเท่านั้น เมื่อคืนเฮียเมาดาวก็เห็น ทำไมดาวยัง…”
“นี่เฮียกำลังโทษดาวงั้นเหรอ” เขากำลังบอกเพราะฉันเข้าไปเสือกใช่ไหม
“ก็ถ้าดาวไม่เข้ามายุ่ง ผู้หญิงที่เฮียนอนด้วยต้องไม่มีวันเป็นดาว”
“ใช่ ดาวผิดเองแหละ ถ้าดาวไม่เสือก ดาวก็คงไม่ต้องเจ็บแบบนี้ เฮีย…ดาวถามจริง ๆ นะ เฮียโง่หรือแกล้งโง่ถึงมองไม่ออกว่าดาวระ…”
“อย่าพูดมันออกมา เฮียไม่อยากฟัง เฮียเห็นดาวเป็นน้องมาตลอด เฮียไม่เคยคิดเกินเลยกับดาว”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"













